June/2026

หลังจากที่ตลาดชะลอตัวยาวนานจากผลกระทบของโควิด-19 ผู้ซื้อชาวจีนกำลังกลับมาสู่ตลาดคอนโดฯ ไทยอีกครั้งอย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ชี้ให้เห็นว่าชาวจีนยังคงครองอันดับหนึ่งในกลุ่มชาวต่างชาติที่โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดในไทย ทั้งกรุงเทพฯ พัทยา และเชียงใหม่ต่างได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยูนิตในระดับราคา 3–10 ล้านบาท ปัจจัยหนุนสำคัญ ได้แก่ การเปิดประเทศของจีน ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงทำให้ราคาอสังหาฯ ไทยน่าสนใจขึ้น และกฎหมายการถือครองห้องชุดของชาวต่างชาติที่มีความชัดเจน
ไทยมีจุดแข็งหลายประการในสายตานักลงทุนชาวจีน ชาวต่างชาติสามารถถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดได้อย่างถูกกฎหมาย ตราบที่สัดส่วนรวมในอาคารไม่เกิน 49% ผลตอบแทนค่าเช่าในทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ อยู่ที่ 4–6% ต่อปี ซึ่งแข่งขันได้ดีในระดับภูมิภาค นอกจากด้านการลงทุน ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์ก็มีบทบาทสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นภูมิอากาศอบอุ่น ระบบสาธารณสุขที่ดี ชุมชนชาวจีนที่เข้มแข็ง และความใกล้ชิดกับจีน รวมถึงโปรแกรม Thailand Elite Visa ที่เป็นแรงดึงดูดเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งสูง
กระแสเงินทุนจีนสร้างผลกระทบที่เห็นได้ชัดในหลายพื้นที่ คอนโดฯ สูงใจกลางกรุงเทพฯ อย่างสุขุมวิท สีลม และรัชดาภิเษก มีอัตราการขายเพิ่มขึ้น พัทยายังคงเป็นจุดหมายยอดนิยมเนื่องจากอยู่ใกล้เขต EEC และมีชุมชนชาวจีนขนาดใหญ่ ผู้พัฒนาโครงการตอบสนองด้วยการจัดทีมขายที่พูดภาษาจีน ทำการตลาดผ่าน WeChat และออกแบบรูปแบบการผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นสำหรับผู้ซื้อต่างประเทศ ส่งผลให้การระบายสต็อกในเซกเมนต์ระดับกลาง-ลักชูรีทำได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
การกลับมาของทุนจีนเปิดโอกาสที่ชัดเจนสำหรับผู้พัฒนาและนักลงทุนไทย อุปสงค์จากต่างชาติช่วยพยุงราคา ลดต้นทุนการถือครองของผู้พัฒนา และกระตุ้นธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการพึ่งพานักลงทุนกลุ่มเดียวมากเกินไปเป็นความเสี่ยง ดังที่เห็นได้ชัดในช่วงปี 2562–2564 นักลงทุนควรตรวจสอบโควตาต่างชาติที่เหลืออยู่ในโครงการเป้าหมาย ประเมินอุปสงค์เช่าจริงให้ดี และกระจายพอร์ตสู่หลายทำเล เพื่อลดความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืน